กิจกรรมส่งเสริมเยาวชนจิตอาสาเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างเยาวชนเมียนมาและเยาวชนไทย

เยาวชนเมียนมาและไทยอาสาสมัครร่วมกันจัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ลี้ภัยตามพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา (แม่สอด ธันวาคม 2568)

มูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย ร่วมมือกับเสมสิกขาลัยภายใต้มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป และมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ได้รวมกลุ่มเยาวชนเมียนมาและเยาวชนไทยจำนวน 40 คน มาร่วมทำกิจกรรมอาสาสมัครและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ระหว่างวันที่ 6-8 ธันวาคม พ.ศ. 2568  

จากกิจกรรมสามวัน กลุ่มเยาวชนได้ร่วมกิจกรรมหลากหลาย อาทิ กิจกรรม การรับฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) โดยเยาวชนไทยและเยาวชนเมียนมาได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตของตนเองด้วยความเอื้ออาทรและความเคารพซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเยาวชนไทยได้เข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นถึงความขัดแย้งในเมียนมา และเหตุผลที่เยาวชนเมียนมาต้องย้ายถิ่นมายังประเทศไทยเพื่อแสวงหาความปลอดภัย พร้อมกันนี้ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ได้แนะนำแนวคิดเรื่อง “งานอาสาสมัคร” โดยเน้นให้เห็นว่างานอาสาสมัครที่ทำในพื้นที่สามารถเชื่อมโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้างในสังคมได้โดยตรง และมองให้เยาวชนเป็น “ผู้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคม” ไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์

ยาวชนเมียนมาและไทยอาสาสมัครช่วยกันทำความสะอาดห้องสมุดวัดแห่งหนึ่งให้กับเณร ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ธันวาคม 2568)

กลุ่มเยาวชนได้ร่วมกันทำงานบริการชุมชน ทั้งการคัดแยกชุดเวชภัณฑ์และยาเพื่อมอบให้ชุมชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา และการทำความสะอาดห้องสมุด สำหรับสามเณร ณ วัดดอนแก้ว งานอาสาสมัครเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้กลุ่มเยาวชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นสังคม เสริมสร้างภาวะผู้นำ และสร้างเครือข่ายกับภาคประชาสังคม 

นอกจากนี้ เยาวชนได้พูดคุยเพื่อแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่ประทับใจ และวิสัยทัศน์ของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในงานอาสาสมัครในอนาคต โดยเฉพาะความเข้าใจต่อความซับซ้อนของประเด็นทางสังคมที่มีผลกระทบข้ามพรมแดนมากขึ้น และเห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะให้ความช่วยเหลือต่อผู้ที่อยู่ในภาวะต้องโยกย้ายถิ่นฐาน โดยเฉพาะเด็ก ในประเด็นสุขภาพและสภาพความเป็นอยู่ของคนที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน เยาวชนร่วมกันระดมความคิดสำหรับกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้ในอนาคต เช่น การจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา การจัดให้มีพื้นที่รับฟังและให้คำปรึกษา การส่งเสริมสุขภาพและการสนับสนุนด้านจิตสังคม การจัดหาอาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัย การจัดอบรมทักษะชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเอาตัวรอดและความปลอดภัย การสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาของเด็กที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน การเก็บข้อมูลและทำวิจัย ตลอดจนการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากพื้นที่จริง สร้างความตระหนักรู้ในสาธารณะ และลดทอนทัศนคติเชิงลบต่อผู้พลัดถิ่น นอกจากนี้ เยาวชนยังแสดงความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะสานต่อความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคมไทย เพื่อให้ความช่วยเหลือชุมชนเปราะบางอย่างต่อเนื่อง 

ในช่วงสุดท้าย เยาวชนได้แสดงความขอบคุณต่อ มูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย เสมสิกขาลัย และมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ที่ได้สร้างโอกาสให้กลุ่มเยาวชนเมียนมาและไทยที่มาจากหลากหลายภูมิหลัง เยาวชนรู้สึกภาคภูมิใจกับงานอาสาสมัครที่ตนเองได้ทำ และตระหนักว่าทุนมนุษย์ ทุนทางวัฒนธรรม และเครือข่ายทางสังคมของพวกเขาสามารถถูกระดมมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางผ่านกิจกรรมอาสาสมัครต่อไป พวกเขาสรุปตรงกันว่าการทำงานอาสาสมัครเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน (people-to-people engagement) ที่ทรงพลัง ช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และท้ายที่สุด นำไปสู่ความสามัคคีในสังคม

เยาวชนเมียนมาถวายของใช้ที่จำเป็นให้กับเณรในวัดแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ธันวาคม 2568)