วทีเสวนาเยาวชนเมียนมาในบริบทการย้ายถิ่นเนื่องในวันผู้อพยพย้ายถิ่นสากล

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ภาคเอกชน ผู้แทนหน่วยงานรัฐ และเยาวชน ได้มารวมตัวกันที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงาน “งานเสวนาเยาวชนในบริบทการย้ายถิ่น: ความท้าทายและโอกาสของเยาวชนเมียนมา – การร่วมมือเพื่อเส้นทางการย้ายถิ่นที่ปลอดภัยและครอบคลุมมากขึ้น” โดยมูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย เครือข่ายนักสันติวิธีโดยวิถีศาสนาและประเพณี (Network of Religious and Traditional Peacemakers: NRTP) ร่วมจัดกิจกรรมนี้กับ เสมสิกขาลัย (Spirit in Education Movement: SEM) ศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย (Asian Research Center for Migration: ARCM) และศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม (Center for Social Development Studies: CSDS) โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตัวแทนจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเยาวชน เข้าร่วมงานเสวนาเยาวชนในบริบทการย้ายถิ่น: ความท้าทายและโอกาสของเยาวชนเมียนมา – การร่วมมือเพื่อเส้นทางการย้ายถิ่นที่ปลอดภัยและครอบคลุมมากขึ้น ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ ประเทศไทย

งานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นในวาระวันผู้อพยพย้ายถิ่นสากล เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักต่อปรากฏการณ์การย้ายถิ่นของเยาวชนเมียนมา นับตั้งแต่วิกฤตการเมืองในเมียนมาเมื่อปี พ.ศ. 2564 ความขัดแย้ง และภาวะเศรษฐกิจล่มสลายได้ทำให้เยาวชนจำนวนมากต้องแสวงหาความปลอดภัยและโอกาสในประเทศไทย สำหรับหลายคน การย้ายถิ่นไม่ใช่เพียงการแสวงหางานหรือโอกาสทางการศึกษา แต่เป็นการเดินทางระหว่าง “ความกลัวและความหวัง” ที่เต็มไปด้วยการศึกษาที่ถูกขัดขวาง ครอบครัวที่ต้องพลัดพราก สถานะที่ไม่เป็นทางการ และความไม่แน่นอนในชีวิตประจำวัน 

ในการกล่าวเปิดงาน ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย เอวา กริสตีนา กูวายา-ซันโทปูโลส (H.E. Eeva Kristiina Kuvaja-Xanthopoulos) ย้ำถึงความมุ่งมั่นของฟินแลนด์ต่อการพัฒนาที่ครอบคลุมและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของเยาวชน โดยเน้นว่า เยาวชนต้องเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและกระบวนการสร้างสันติภาพ

ตัวแทนเยาวชนแรงงานข้ามชาติเมียนมาพูดถึงความท้าทายในการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทย

ในช่วงเช้า มีการนำเสนอข้อค้นพบสำคัญจากงานวิจัยหลักสองฉบับ ได้แก่ การประเมินตลาดแรงงานข้ามชาติสำหรับเยาวชนเมียนมาในประเทศไทย และการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของการให้สิทธิในการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดตาก เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ข้อค้นพบจากทั้งสองงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า แรงงานเมียนมามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย แต่ยังต้องเผชิญอุปสรรคหลากหลาย เช่น สถานะที่ไม่เป็นทางการ อุปสรรคด้านเอกสาร การถูกเอารัดเอาเปรียบ การถูกกันออกจากสังคม และการเข้าถึงงานที่มีศักดิ์ศรีอย่างจำกัด ในขณะเดียวกัน นโยบายด้านแรงงานและการย้ายถิ่นที่ครอบคลุมมากขึ้นสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งต่อแรงงานข้ามชาติและสังคมไทย ทั้งในด้านการเติมเต็มช่องว่างแรงงาน การสนับสนุนเสถียรภาพทางสังคม และการลดความเสี่ยงด้านการคุ้มครอง ในช่วงบ่าย มีการเสวนาเวทีอภิปรายโดยตัวแทนเยาวชนเมียนมา ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ เพื่อสะท้อน “ประสบการณ์ชีวิตจริง” ที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขและข้อมูล ผู้อภิปรายหารือถึงช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติจริง ความท้าทายในระบบการออกเอกสารที่ซับซ้อน และความสำคัญของนโยบายที่มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ การสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม และการศึกษาที่ครอบคลุม 

นอกจากนี้ ตัวแทนเยาวชนเมียนมายังได้เข้าร่วมเสวนาในเวทีเยาวชน โดยผู้ตัวแทนเยาวชนได้แบ่งปันประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความกังวลต่อการบังคับเกณฑ์ทหาร การเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน และผลกระทบทางจิตใจจากการต้องเดินทางออกจากประเทศ ขณะเดียวกัน พวกเขายังแบ่งปันเรื่องราวของมิตรภาพ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมทั้งในชุมชนไทยและความหวังต่อบ้านเกิดของตนเอง

หนึ่งในตัวแทนเยาวชนได้ถ่ายทอดความรู้สึกในช่วงกล่าวปิดว่า 

การย้ายถิ่นไม่ใช่แค่หัวข้อในเวทีเสวนาสำหรับพวกเรา แต่มันคือ ‘ชีวิตจริง’ ของเรา วันนี้เป็นวันพิเศษ เพราะเรื่องราวของเราได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง เราไม่อยากถูกมองเพียงในฐานะ ‘เหยื่อ’ เราอยากถูกมองในฐานะผู้ที่มีส่วนร่วมในการหาทางออกร่วมกัน” 

เยาวชนเมียนมาที่เข้าร่วมรู้สึกขอบคุณต่อพื้นที่ที่ปลอดภัยและครอบคลุมซึ่งทำให้พวกเขาสามารถพูดคุยอย่างเปิดเผยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจ พวกเขาเรียกร้องให้มีการสนับสนุนการย้ายถิ่นที่ปลอดภัยและครอบคลุมมากขึ้น และการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและสมานฉันท์มากยิ่งขึ้น 

โดยผู้เข้าร่วมงานเห็นตรงกันว่าจะนำข้อค้นพบจากงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติ ขยายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และยอมรับเยาวชนเมียนมาในฐานะ “ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง” โดยไม่ถูกนิยามจากความเปราะบางของพวกเขา เพื่อสร้างสังคมที่ครอบคลุม เท่าเทียม และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ตัวแทนเยาวชนเมียนมาพูดถึงความท้าทายและความคาดหวังในอนาคตระหว่างที่อยู่ประเทศไทย