การประเมินตลาดแรงงานข้ามชาติเชิงลึกสำหรับเยาวชนชาวเมียนมาในประเทศไทย: การเสริมสร้างทักษะ การคุ้มครอง และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ
มูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย เผยแพร่รายงานการประเมินตลาดแรงงานข้ามชาติเชิงลึกฉบับใหม่ว่าด้วยสถานการณ์ของเยาวชนข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทย รายงานพบว่า เยาวชนจากประเทศเมียนมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจหลักของไทย ขณะเดียวกันกลับยังเผชิญช่องว่างด้านการคุ้มครอง การพัฒนาทักษะ และการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
การประเมินฉบับนี้มุ่งนำเสนอการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดแรงงานของเยาวชนเมียนมาที่เดินทางมาทำงานในประเทศไทยจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย การออกแบบโครงการ และการทำงานรณรงค์ด้านการย้ายถิ่นอย่างปลอดภัย การทำงานที่มีศักดิ์ศรี และการมีส่วนร่วมทางสังคมของเยาวชน รายงานอาศัยข้อมูลจากการสำรวจเยาวชนเมียนมาจำนวน 400 คน ประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึกนายจ้าง เจ้าหน้าที่รัฐไทย องค์กรภาคประชาสังคม ผู้ให้บริการการศึกษาและอบรมวิชาชีพและเทคนิค สถาบันการเงิน และบริษัทจัดหางาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี เชียงใหม่ และจังหวัดตาก
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาเยาวชนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาอย่างมากในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมสำคัญ แต่แรงงานเยาวชนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยกลับถูก “มองไม่เห็น” ในเชิงข้อมูล นโยบาย และการให้บริการ การย้ายถิ่นจากเมียนมามายังประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา จากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ และการบังคับเกณฑ์ทหาร ประกอบกับความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่องในภาคการผลิต แปรรูปอาหาร ก่อสร้าง โลจิสติกส์ และบริการในประเทศไทย
กว่าร้อยละ 70 ของเยาวชนที่ได้รับการสำรวจ เดินทางจากเมียนมามาประเทศไทยระหว่างปี 2563–2567 โดยเยาวชนจำนวนมากใช้ช่องทางที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายและการเงิน เนื่องจากช่องทางการสรรหาแรงงานตามกฎหมายมีความซับซ้อน ช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน และอุปสรรคด้านขั้นตอนด้านธุรการ ทำให้เยาวชนที่เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงสูงต่อการถูกจับกุม การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกกันออกจากระบบบริการต่าง ๆ
แม้เยาวชนกลุ่มนี้จะมีระดับการศึกษาค่อนข้างสูง แต่ราวสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามกลับทำงานในตำแหน่งที่ไม่สอดคล้องกับทักษะหรือสาขาที่ตนเองเคยศึกษา ข้อจำกัดในการเข้าถึงการเรียนภาษาไทย การฝึกอบรมทักษะวิชาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน และการได้รับคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับ ล้วนมีส่วนทำให้เกิด “ความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะกับงาน” ขณะเดียวกัน กว่าร้อยละ 60 ของเยาวชนแรงงานชาวเมียนมาที่ได้รับการสำรวจแสดงให้เห็นถึงแรงจูงใจอย่างสูงในการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบถึงโอกาสการฝึกอบรมที่มีอยู่ หากได้รับการลงทุนที่เหมาะสมด้านทักษะ การเข้าถึงเอกสาร และการคุ้มครอง เยาวชนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมานี้จะสามารถมีส่วนร่วมอย่างยิ่งต่อทั้งเศรษฐกิจไทยและอนาคตของประเทศเมียนมา
องค์กรภาคประชาสังคมและศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนไทยและเมียนมาตามแนวชายแดน มีบทบาทสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างด้านบริการ เช่น การสอนภาษา การฝึกทักษะอาชีพ และการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศของบริการเหล่านี้ยังมีลักษณะกระจัดกระจาย ขาดการบูรณาการ ได้รับงบประมาณจำกัด และมีการเชื่อมโยงกับนายจ้างและโครงการของรัฐเพียงบางส่วนเท่านั้น
รายงานฉบับนี้นำเสนอข้อเสนอเชิงรูปธรรมต่อรัฐบาล ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ การเสริมสร้างกลไกการประสานงานข้ามกระทรวงและระบบฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการย้ายถิ่นอย่างปลอดภัย การทำงานที่มีศักดิ์ศรี และการสร้างสังคมสมานฉันท์ การขยายโอกาสการฝึกอบรมทักษะที่ยืดหยุ่นและได้รับการรับรอง ซึ่งเปิดกว้างสำหรับเยาวชนแรงงานข้ามชาติ การปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน การส่งเสริมบริการทางการเงินที่เป็นมิตรกับแรงงานข้ามชาติ และการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นระบบระหว่างนายจ้าง ผู้ให้บริการด้านการศึกษาและอบรมวิชาชีพและเทคนิค และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อรองรับการฝึกงานและการรับรองทักษะในสถานประกอบการ
มูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายขอเชิญชวนผู้กำหนดนโยบาย นายจ้าง และองค์กรด้านการพัฒนา นำข้อค้นพบจากรายงานฉบับนี้ไปใช้ในการออกแบบนโยบายและโครงการที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้เยาวชนแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาสามารถย้ายถิ่นและทำงานได้อย่างปลอดภัย มีโอกาสเรียนรู้ สร้างรายได้ และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในสังคมที่พวกเขาช่วยขับเคลื่อน
ภูมิหลังโครงการ
การประเมินตลาดแรงงานฉบับนี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ Youth on the Move: A Regional Approach to Resilience ขององค์กร Finn Church Aid (FCA) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน FCA ประจำประเทศเนปาล เมียนมา และประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศฟินแลนด์ โครงการดังกล่าวบูรณาการยุทธศาสตร์ “สิทธิในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ” และ “สิทธิในการดำรงชีพที่มั่นคง” โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพให้เยาวชนในสถานการณ์เปราะบางสามารถบรรลุความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการบูรณาการ “สิทธิในสันติภาพ” ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมและพื้นที่สนทนาที่ส่งเสริมภาวะผู้นำของเยาวชน การช่วยเหลือในกลุ่มเยาวชน และความสมานฉันท์ในสังคม เพื่อตอบโจทย์ทั้งสาเหตุและผลกระทบของวิกฤตการย้ายถิ่นอย่างรอบด้าน ในประเทศไทยมูลนิธิเอฟซีเอ (FCA) ประเทศไทย ร่วมมือกับเสมสิกขาลัยในการดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากการโยกย้ายถิ่นฐาน ผ่านการให้ความรู้ ทักษะ และสร้างเครือข่ายที่จำเป็นต่อการย้ายถิ่นอย่างปลอดภัย การปรับตัว ป้องการแสวงหาประโยชน์ และส่งเสริมความสมานฉันท์ในสังคม